เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 นายลอเรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสิงคโปร์ได้แถลงงบประมาณประจำปี 2569 ของรัฐบาลสิงคโปร์ (Budget 2026) ในหัวข้อ “Securing Our Future Together in a Changed World” ซึ่งเป็นการแถลงทิศทางนโยบายในภาพรวมของรัฐบาลสิงคโปร์

การแถลงงบประมาณครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของรัฐบาลวาระใหม่หลังการเลือกตั้งปี 2568 จุดที่น่าสนใจ คือ เป็นวงเงินงบประมาณสูงถึง 154,700 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ โดยนายลอเรนซ์ หว่อง กล่าวว่าจะมุ่งลดความกังวลของประชาชนด้านค่าครองชีพและความมั่นคงทางอาชีพ เสริมทักษะแรงงาน ผลักดันกลยุทธ์ด้าน AI และสนับสนุนธุรกิจสิงคโปร์ให้เติบโตในระยะยาว รวมถึงเตรียมความพร้อมให้ประเทศท่ามกลางโลกที่ผันผวนและแตกแยก

การดำเนินงานด้านงบประมาณประจำปี 2569 มุ่งเน้นไปที่วาระเร่งด่วน 6 ด้าน ได้แก่ (1) การยกระดับยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ (2) การขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) (3) การพัฒนาทักษะแรงงาน (4) การสนับสนุนสถาบันครอบครัว (5) การปกป้องความมั่นคงและความยั่งยืน และ (6) การส่งเสริมความสามัคคีในสังคม

โครงสร้าง Budget 2026 (ปีงบประมาณของสิงคโปร์ คือ วันที่ 1 เมษายนปีปัจจุบัน –  31 มีนาคมปีถัดไป)
งบประมาณประจำปี 2569 ของสิงคโปร์มีขนาดรายจ่ายสุทธิรวม 154,690 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ คิดเป็นร้อยละ 18.4 ของ GDP เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.0 จากปี 2568 ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวคำนวณจากรายจ่ายของกระทรวงต่าง ๆ 137,320 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ บวกเงินช่วยเหลือพิเศษ 21,740 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ และดอกเบี้ย SINGA Bonds 650 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หักด้วยงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสำคัญระดับชาติ (NSI)1 5,020 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์

ในด้านการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายรวมของกระทรวงต่าง ๆ อยู่ที่ 137,320 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ โดยด้านการพัฒนาสังคม (ได้แก่ Health, Education, National Development, Social & Family Development, Sustainability & the Environment, Culture Community & Youth, Manpower และ Digital Development & Information) ได้รับการจัดสรรมากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 41 ของรายจ่ายรวม รองลงมาคือด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ (ได้แก่ Defence, Home Affairs และ Foreign Affairs) ร้อยละ 23 สาขาการพัฒนาเศรษฐกิจ (ได้แก่ Trade & Industry, Transport และ Law) ร้อยละ 19 และค่าใช้จ่ายบริหารราชการแผ่นดินร้อยละ 3

หากพิจารณาเฉพาะรายได้จากการจัดเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมปกติ (134,750 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์) เปรียบเทียบกับรายจ่ายรวมทั้งสิ้นรัฐบาลสิงคโปร์มีการขาดดุลเบื้องต้น อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาการนำผลตอบแทนจากการบริหารกองทุนสำรองระยะยาวของประเทศ (Net Investment Returns Contribution – NIRC) จำนวน 28,480 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ มาจัดสรรเป็นรายได้ ส่งผลให้ดุลการคลังโดยรวมเป็นการเกินดุลสุทธิ 8,540 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์

ข้อมูลเพิ่มเติมและข้อสังเกต

ในปีงบประมาณ 2569 มีกระทรวงที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 4 กระทรวง ได้แก่

1. กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม (MTI) ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้นมากที่สุดในบรรดากระทรวงทั้งหมด เพื่อขับเคลื่อนโครงการต่าง ๆ ที่มุ่งเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของสิงคโปร์

2. กระทรวงสาธารณสุข (MOH) ได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานด้านการแพทย์และสถานพยาบาล รองรับการเพิ่มขึ้นของประชากรสูงอายุในสิงคโปร์

3. กระทรวงมหาดไทย (MHA) ได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้นสำหรับโครงการด้านความมั่นคงและการควบคุมพรมแดนตามโครงการต่าง ๆ อาทิ ด่านตรวจ Woodlands Checkpoint และโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อมาเลเซีย-สิงคโปร์ (RTS Link)

4. กระทรวงศึกษาธิการ (MOE) ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้นเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทั้งในด้านการเพิ่มอัตราการจ้างงานบุคลากรทางการศึกษา การยกระดับคุณภาพการเรียนการสอน และการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกภายในสถานศึกษา

งบประมาณประจำปี 2569 นอกจากจะมุ่งสร้างระบบสนับสนุนที่ครอบคลุมทั้งการดูแลค่าครองชีพ การอุดหนุนภาคธุรกิจ และการเสริมสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันแล้ว ยังสะท้อนยุทธศาสตร์ของรัฐบาลสิงคโปร์ที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนประเทศด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยเฉพาะการใช้ AI เป็นพลังทวีคูณเพื่อปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจระยะยาว เสริมเกราะป้องกันประเทศ และขับเคลื่อนหลายภาคส่วนรวมทั้งเศรษฐกิจสีเขียว อย่างไรก็ดี กลุ่มแรงงานทั่วไปและภาคสังคมยังมองว่าเทคโนโลยีระดับสูงเป็นเรื่องที่เข้าถึงยากและยังคงกังวลว่าจะเข้ามาทดแทนแรงงานมนุษย์ ในขณะที่ภาคธุรกิจโดยเฉพาะ SMEs ยังมีความกังวลต่อต้นทุนและความพร้อมในการปรับตัวเพื่อรับเอาเทคโนโลยีใหม่มาใช้

หากต้องการข้อมูลด้านอื่น ๆ ของงบประมาณสิงคโปร์ปี 2569 สามารถอ่านบทความในชุดเดียวกันได้ที่


ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์


แหล่งอ้างอิง:

ภาคผนวก (Appendix):

  1. งบลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ (Capitalisation of Nationally Significant Infrastructure: NSI) คือเงินที่รัฐบาลสิงคโปร์แยกออกไปบันทึกเป็นสินทรัพย์ แทนที่จะนับเป็นรายจ่ายในปีนั้นทันที เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น รถไฟ MRT ระบบจัดการน้ำ หรือโครงการสาธารณูปโภคระยะยาว มีอายุการใช้งานหลายสิบปี จึงถือว่าเป็นการลงทุน ไม่ใช่การใช้จ่ายในปีเดียว ↩︎