งบประมาณสิงคโปร์ปี 2569 (5/5) ความมั่นคงแห่งชาติ ความยั่งยืน และความสามัคคีในสังคม

ตามที่มีการแถลงนโยบายในด้านงบประมาณสิงคโปร์ปี 2569 รัฐบาลสิงคโปร์ได้กำหนดวาระเร่งด่วนด้านการปกป้องความมั่นคงและความยั่งยืน (Protect our security and sustainability) และส่งเสริมความสามัคคีในสังคม (Renew and strengthen our Singapore spirit) ดังนี้

1. การปกป้องความมั่นคงและความยั่งยืน (Protect our security and sustainability) ในสภาวการณ์ปัจจุบัน ประเทศต่าง ๆ ต้องเผชิญผลกระทบจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้นและความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศที่ยิ่งทวีความรุนแรง รัฐบาลสิงคโปร์จึงมีมาตรการเสริมความมั่นคงของชาติในการป้องกันประเทศและส่งเสริมด้านความยั่งยืนในระยะยาว ดังนี้

1.1 เสริมขีดความสามารถการป้องกันประเทศ และความมั่นคงทางไซเบอร์ เสริมความมั่นคงของประเทศด้านการทหารด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ และด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ด้วยการเสริมระบบป้องกันเดิมให้ทันต่อการโจมตีและการหลอกลวงรูปแบบใหม่ ๆ รวมทั้งขยายความร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อยกระดับการป้องกัน มีมาตรการต่าง ๆ อาทิ

  • คงงบประมาณด้านกลาโหมที่ประมาณร้อยละ 3 ของ GDP และพร้อมปรับเพิ่มหากจำเป็น ศึกษาและลงทุนด้านการป้องกัน ประเทศ เช่น อากาศยานไร้คนขับ การพัฒนาทักษะเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติการร่วมกับระบบไร้คนบังคับ
  • คงการเสริมความมั่นคงไซเบอร์ผ่านหน่วยงานเฉพาะ เช่น Cyber Security Agency (CSA), Digital and Intelligence Service (DIS) และขยายความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อปกป้องระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ตลอดจนเสริมการป้องกันภัยร่วมกัน (collective defence)

1.2 วางแผนอนาคตที่ยั่งยืน นอกเหนือจากประเด็นด้านความมั่นคงแล้ว สิงคโปร์ยังต้องเผชิญความท้าทายระยะยาวด้านผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น อุณหภูมิที่สูงขึ้น ปริมาณน้ำฝนที่มากขึ้น และเหตุการณ์จากสภาพภูมิอากาศสุดขั้วที่เกิดบ่อยขึ้น รัฐบาลจึงมุ่งจัดการกับความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งสร้างความยืดหยุ่นและความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวของประเทศ ครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ ดังนี้

  • ช่วยเหลือภาคครัวเรือนจากภาษีคาร์บอนที่ปรับตัวขึ้นตามกำหนด[1] โดยให้เงินอุดหนุน U-Save (ตามข้อ 4.1) และสนับสนุนภาคธุรกิจผ่านเงินทุน Energy Efficiency Grant และเงินกู้สีเขียว (Green Loans) ภายใต้โครงการ Enterprise Financing Scheme
  • เพิ่มเป้าหมายผลิตพลังงานแสงอาทิตย์เป็น 3 กิกะวัตต์พีค (GWp) ภายในปี 2573 และจะเพิ่มการนำเข้าไฟฟ้าคาร์บอนต่ำจากประเทศเพื่อนบ้านและศึกษาพลังงานทางเลือกอื่น ๆ เช่น ไฮโดรเจน พลังงานความร้อนใต้พิภพ และพลังงานนิวเคลียร์เพื่อพลเรือน โดยริเริ่มร่วมมือกับสหรัฐฯ ฝรั่งเศส และเกาหลีใต้
  • สนับสนุนเป้าหมายด้านพลังงานสะอาด เช่น ตั้งเป้าใช้ยานพาหนะพลังงานสะอาดร้อยละ 100 ภายในปี 2583 ขยายจุดชาร์จ EV ทั่ว ประเทศ สนับสนุนการใช้เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน และพัฒนาระบบเติมเชื้อเพลิงแอมโมเนียคาร์บอนต่ำสำหรับการขนส่งทางเรือบนเกาะจูรง

มาตรการเหล่านี้แสดงให้เห็นการประเมินอย่างรอบคอบของสิงคโปร์ในการเสริมการป้องกันประเทศที่ยกระดับให้ทันต่อเทคโนโลยีและความเสี่ยงใหม่ ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ทั้งยังมีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในฐานะพลเมืองโลก พร้อมทั้งรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันด้านเศรษฐกิจสีเขียวในเวทีสากล ผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่และความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ

2. การส่งเสริมความสามัคคีในสังคม (Renew and strengthen our Singapore spirit) ในงบประมาณประจำปี 2569 มีมาตรการเสริมความแข็งแกร่งทางวัฒนธรรมและมรดกชาติ ผ่าน

2.1 การสนับสนุนด้านวัฒนธรรมและกีฬา เพื่อเป็นพลังสำคัญในการเชื่อมโยงชาวสิงคโปร์เข้าด้วยกัน ได้แก่

  • ด้านวัฒนธรรม โดยมีการเปิดตัว Malay Heritage Centre รูปแบบใหม่ เพิ่มการเข้าถึงและการมีส่วนร่วมของ
    ศูนย์ Singapore Chinese Cultural Centre และศูนย์ Indian Heritage Centre

2.2 สร้างสังคมที่คำนึงถึงส่วนรวม (“We First” Society) มุ่งบ่มเพาะความผูกพันในชาติผ่านการสร้างสังคมร่วมกันผ่านการให้การทำงานอาสาสมัคร และโครงการเพื่อส่วนรวม ได้แก่

  • ขยายระยะเวลามาตรการลดหย่อนภาษีร้อยละ 250 จนถึงปี 2572 สำหรับการบริจาคในประเทศที่เข้าเงื่อนไขให้หน่วยงานสาธารณะ (Public Character – IPCs) และหน่วนงานอื่น ๆ ตามเงื่อนไข
  • ขยายระยะเวลาโครงการ Corporate Volunteer Scheme[2] จนถึงปี 2572
  • เปิดตัวกองทุน SG Partnerships Fund มูลค่า 50 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เพื่อสนับสนุนโครงการที่ริเริ่มโดยภาคประชาชน(ground-up initiatives) ที่สร้างประโยชน์แก่ชุมชน

รัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญของความรู้สึกเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในชาติซึ่งเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม ซึ่งแม้จะมีประเพณีและมรดกทางวัฒนธรรมที่ต่างกัน แต่ยังคงมีพื้นฐานและเอกลักษณ์ร่วมกันในฐานะชาวสิงคโปร์

หากต้องการข้อมูลด้านอื่น ๆ ของงบประมาณสิงคโปร์ปี 2569 สามารถอ่านบทความในชุดเดียวกันได้ที่


ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์


แหล่งข้อมูล:

แหล่งอ้างอิง (Appendix):

[1] ภาษีคาร์บอนของสิงคโปร์ในปี 2569-2570 มีอัตราที่ 45 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อการปล่อยคาร์บอน 1 ตัน และมีเป้าหมายที่อัตรา 50-80 ดอลลาร์สิงคโปร์ ต่อการปล่อยคาร์บอน 1 ตันในปี 2573 ซึ่งอัตราในอนาคตจะขึ้นกับสถานการณ์โลก

[2] โครงการ Corporate Volunteer Scheme ให้สิทธิลดหย่อนภาษีร้อยละ 250 เมื่อพนักงานทำงานอาสาสมัครหรือถูกส่งตัวไปปฏิบัติงานที่หน่วยงานสาธารณะ