งบประมาณสิงคโปร์ปี 2569 (3/5) พัฒนาทักษะแรงงาน ลดเหลื่อมล้ำ รับมือโลกเปลี่ยน

ในการแถลงนโยบายด้านงบประมาณปี 2569 ของสิงคโปร์ รัฐบาลได้กำหนดวาระเร่งด่วนด้านแรงงาน โดยมุ่งสร้างแรงงานที่ยืดหยุ่นและมีทักษะ (Build a resilient and skilled workforce) เพื่อเตรียมความพร้อมให้แรงงานสิงคโปร์สามารถอยู่รอด ปรับตัว และเติบโตได้ในโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็ว โดยครอบคลุมมาตรการยกระดับรายได้แรงงานระดับล่าง การเสริมความมั่นคงให้แรงงานกลางอาชีพ (mid-career) และแรงงานสูงวัย การปรับนโยบายแรงงานต่างชาติ และการขับเคลื่อน SkillsFuture สู่ระยะถัดไป มีรายละเอียดดังนี้

1. ยกระดับแรงงานรายได้น้อย มุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิต และเพิ่มแรงจูงใจในการพัฒนาทักษะของแรงงานรายได้น้อย โดยไม่ปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาดอย่างเดียว ตลอดจนช่วยประคองธุรกิจในระยะปรับตัวด้านต้นทุนค่าแรงด้วยมาตรการดังนี้

  • เพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำตามเกณฑ์ (Local Qualifying Salary – LQS) สำหรับบริษัทที่จ้างแรงงานต่างชาติ โดยบริษัทต้องจ่ายให้พนักงานเต็มเวลาที่เป็นชาวสิงคโปร์หรือผู้พำนักถาวร (Permanent Residence) จาก 1,600 ดอลลาร์สิงคโปร์เป็น 1,800 ดอลลาร์สิงคโปร์ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569
  • เพิ่มการสนับสนุนโครงการ Progressive Wage Credit Scheme จากเดิมภาครัฐร่วมจ่ายร้อยละ 20 เป็นร้อยละ 30 เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนของธุรกิจ และขยายเวลาโครงการออกไปอีก 2 ปี จนถึงปี 2571 ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป นายจ้างที่ต้องการรับเงินร่วมจ่ายจากภาครัฐต้องขึ้นเงินเดือนให้พนักงานอย่างน้อย 200 ดอลลาร์สิงคโปร์ จากเดิมอย่างน้อย 100 ดอลลาร์สิงคโปร์
  • มาตรการเพิ่มสิทธิประโยชน์ระดับพื้นฐานของโครงการ Workfare Skills Support และเพิ่มค่าตอบแทนรายชั่วโมงแก่แรงงานที่พัฒนาทักษะตนเอง

2. เสริมความมั่นคงแรงงานในช่วงกลางอาชีพ (mid-career) และแรงงานสูงวัย รัฐบาลมีมาตรการช่วยให้แรงงาน mid-career ได้ฝึกฝนทักษะใหม่และเปลี่ยนสายงานได้ราบรื่นขึ้น รวมถึงช่วยสร้างอาชีพที่มีความหมายและสถานทำงานที่เป็นมิตรต่อผู้สูงวัย ดังนี้

  • ขยายหลักสูตร SkillsFuture Level-Up ให้ตรงความต้องการของธุรกิจมากขึ้น
  • ขยายความครอบคลุมของเบี้ยเลี้ยงระหว่างช่วงฝึกอบรมเพื่อเปลี่ยนสายงานให้ครอบคลุมการอบรมแบบไม่เต็มเวลา (part-time) ด้วย จากเดิมครอบคลุมแค่การฝึกอบรมแบบเต็มเวลา
  • ต่ออายุโครงการ Senior Employment Credit (SEC) ถึงปี 2570
  • ส่งเสริมและเตรียมความพร้อมให้นายจ้างออกแบบตำแหน่งงานที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุและสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงานร่วมกันระหว่างแรงงานหลากหลายวัย โดยในช่วงปลายปี 2569 จะเผยแพร่คำแนะนำจากคณะทำงานไตรภาคีที่จัดตั้งโดยกระทรวงแรงงาน (Ministry of Manpower – MOM)

3. ปรับนโยบายแรงงานต่างชาติ เพื่อรักษางานสำหรับชาวสิงคโปร์ และเปิดรับบุคลากรที่มีศักยภาพจากต่างประเทศมาเสริมสร้างเศรษฐกิจ และถ่ายทอดทักษะความรู้แก่แรงงานชาวสิงคโปร์ นอกจากนี้ รัฐบาลมีมาตรการปรับขึ้นเงินเดือนขั้นต่ำของแรงงานต่างชาติที่สมัครใบอนุญาตทำงานใหม่ตั้งแต่เดือนมกราคม 2570 หรือต่ออายุใบอนุญาตใหม่ตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไปตามประเภทใบอนุญาต ดังนี้

  • บัตรประเภท Employment Pass (EP) ปรับจาก 5,600 ดอลลาร์สิงคโปร์ เป็น 6,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ สำหรับ EP
    ในภาคบริการทางการเงิน จะปรับจาก 6,200 ดอลลาร์สิงคโปร์ เป็น 6,600 ดอลลาร์สิงคโปร์
  • บัตรประเภท S Pass จาก 3,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ เป็น 3,600 ดอลลาร์สิงคโปร์ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2570 สำหรับ S Pass ในภาคบริการทางการเงิน จะปรับจาก 3,800 ดอลลาร์สิงคโปร์ เป็น 4,000 ดอลลาร์สิงคโปร์

นอกจากนี้ รัฐบาลยังปรับขึ้นค่าธรรมเนียมของ Work Permit ตั้งแต่ปี 2571 โดยแรงงานในภาค Marine and Process จะเพิ่มขึ้น 100 ดอลลาร์สิงคโปร์ และแรงงานที่มีทักษะพื้นฐาน (basic-skilled workers) จะเพิ่มขึ้น 150 ดอลลาร์สิงคโปร์

4. ขับเคลื่อน SkillsFuture ระยะถัดไป รัฐบาลได้ประกาศควบรวม SkillsFuture Singapore และ Workforce Singapore ให้เป็นหน่วยงานเดียวกัน โดยอยู่ภายใต้การดูแลร่วมกันของกระทรวงศึกษาธิการ (Ministry of Education – MOE) และ MOM

มาตรการด้านแรงงานของสิงคโปร์สะท้อนให้เห็นเป้าหมายโดยรวมในการช่วยให้ชาวสิงคโปร์ปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงและการเปลี่ยนผ่านในสายอาชีพ ตลอดจนการเปิดรับทักษะและความเชี่ยวชาญจากแรงงานต่างชาติเพิ่ม เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจในประเทศ

หากต้องการข้อมูลด้านอื่น ๆ ของงบประมาณสิงคโปร์ปี 2569 สามารถอ่านบทความในชุดเดียวกันได้ที่


ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์


แหล่งข้อมูล: