1. หลักการทั่วไป

สำนักงานอาหารสิงคโปร์ (Singapore Food Agency – SFA) เป็นหน่วยงานหลักในการกำกับดูแลฉลากและการโฆษณาอาหาร โดยอ้างอิงมาตรฐานสากลจาก Codex Alimentarius Commission (CAC)1 เพื่อให้ข้อกำหนดของสิงคโปร์สอดคล้องกับหลักสากล ส่วนกระทรวงสาธารณสุข (Ministry of Health – MOH) และสำนักงานส่งเสริมสุขภาพ (Health Promotion Board – HPB) มีหน้าที่กำกับด้านฉลากโภชนาการและการกล่าวอ้างสรรพคุณต่าง ๆ

2. ความรับผิดชอบของผู้นำเข้าและผู้ผลิต

ผู้นำเข้ามีหน้าที่รับผิดชอบให้ผลิตภัณฑ์อาหารบรรจุสำเร็จ (prepacked foods)3 ที่จำหน่ายในสิงคโปร์เป็นไปตามข้อกำหนดการติดฉลากของ SFA รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่แจกฟรีเป็นของแถมหรือของตัวอย่างเพื่อการตลาด ทั้งนี้ หากจำหน่ายอาหารที่ไม่ได้บรรจุสำเร็จ (non-prepacked foods) เช่น อาหารที่เสิร์ฟในร้าน อาหารที่บรรจุหรือจัดเตรียม ณ สถานจำหน่าย (loosely packed)  ผู้ประกอบธุรกิจควรจัดให้มีข้อมูลสำคัญ เช่น สารก่อภูมิแพ้ โดยแสดงในเมนูหรือป้ายประกาศในสถานประกอบการ

3. รูปแบบและภาษาของฉลาก

ฉลากอาหารต้องเป็น ภาษาอังกฤษ หรือมีฉลากภาษาอังกฤษกำกับ ต้องแสดงข้อมูลที่ครบถ้วน อ่านง่าย ชัดเจน ทนทาน และไม่ถูกบดบังด้วยข้อความหรือภาพอื่น ๆ ทั้งนี้ ข้อความหรือสัญลักษณ์ใด ๆ บนฉลากต้องไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับลักษณะ คุณภาพ หรือความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์

ในกรณีที่ฉลากจากผู้ผลิตต่างประเทศมีข้อมูลไม่ครบถ้วนตามข้อกำหนดของสิงคโปร์ ผู้นำเข้าต้องจัดทำฉลากสติกเกอร์เสริม เพื่อเพิ่มเติมข้อมูลที่จำเป็นให้ครบตามเกณฑ์ หากไม่แน่ใจในความถูกต้องของฉลาก สามารถใช้บริการที่ปรึกษาด้านฉลาก (labelling consultant) เพื่อช่วยตรวจสอบได้

4. การปรับปรุงกฎระเบียบล่าสุด

ข้อกำหนดด้านการติดฉลากอาหารของสิงคโปร์ได้รับการปรับปรุงภายใต้ Food (Amendment) Regulations 2025 ซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2568 และจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม 2569

5. ข้อกำหนดการติดฉลากทั่วไป (General Labelling Requirements)

  1. ชื่อหรือคำอธิบายของอาหาร (Name or Description of Food)
  2. คำชี้แจงด้านส่วนประกอบ (Statement of Ingredients) รวมถึงสารก่อภูมิแพ้ เช่น นม ถั่วเหลือง กลูเตน ไข่ ถั่วลิสง หรือสัตว์น้ำเปลือกแข็ง
  3. ปริมาณสุทธิของอาหารในบรรจุภัณฑ์ (Net Quantity of Food in the Package)
  4. ชื่อและที่อยู่ของหน่วยงานในสิงคโปร์ที่รับผิดชอบผลิตภัณฑ์ (Name and Address of Local Entity Responsible for the Product)
  5. ประเทศต้นกำเนิด (Country of Origin)
  6. หมายเลขชุดผลิต (Lot Identification) มีผลใช้บังคับวันที่ 30 มกราคม 2569 (ยกเว้นผักและผลไม้สดบรรจุสำเร็จทั้งลูกหรือทั้งหัวที่ยังไม่ปอกเปลือก)
  7. คำแนะนำในการใช้หรือวิธีใช้ (Directions for Use) บังคับใช้เฉพาะกรณีที่อาหารจะไม่เหมาะต่อการบริโภคหากจัดการอย่างไม่เหมาะสม มีผลใช้บังคับวันที่ 30 มกราคม 2569

6. ข้อกำหนดเพิ่มเติมเฉพาะ (Additional Labelling Requirements)

  1. การระบุวันที่ (Date-Marking) ระบุวันหมดอายุ อายุการเก็บรักษา และรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่เปิดใช้เมื่อจัดเก็บตามเงื่อนไขที่ระบุ สำหรับอาหารที่เน่าเสียง่าย คุณภาพเสื่อมง่าย เสี่ยงต่อการปนเปื้อนง่าย เช่น นมพาสเจอร์ไรส์ ซีเรียล น้ำมันปรุงอาหาร อาหารทารก
  2. คำแนะนำในการบริโภค (Serving Suggestions) สามารถใช้ภาพประกอบหรือสูตรอาหารได้ แต่ต้องสะท้อนความจริงของผลิตภัณฑ์
  3. อาหารที่มีสารให้ความหวาน (Food containing sweetening agents) หากมีระดับสูงสุดตามเกณฑ์ ต้องระบุคำเตือนสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 9 ปี
  4. อาหารเฉพาะทาง (Special Purpose Foods) เช่น อาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน อาหารปราศจากน้ำตาล หรืออาหารทารก ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดเฉพาะด้านฉลากโภชนาการ
  5. ฉลากโภชนาการ (Nutrition Labelling) อยู่ภายใต้หน่วยงาน HPB เช่น สัญลักษณ์ Nutri-Grade สัญลักษณ์ Healthier Choice Symbol (HCS) และตาราง Nutrition Information Panel (NIP)
  6. ข้อกำหนดเฉพาะในการติดฉลากอาหารบางประเภท (Specific labelling requirement for certain food categories) เช่น นม น้ำผลไม้ กาแฟ ไวน์ น้ำแร่ อาหารธัญพืช หรืออาหารทารก
  7. คำเตือนเฉพาะ (Advisory Statements) สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีสารบางชนิดในรายการที่ระบุต้องแจ้งเตือนผู้บริโภค

7. การควบคุมข้อความกล่าวอ้างและการโฆษณา (Prohibited and Controlled Claims)

  1. ข้อความที่ห้ามใช้ (Prohibited Claims) ห้ามใช้ข้อความ ภาพ หรือเครื่องหมายที่เป็นเท็จ หรืออาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดเกี่ยวกับลักษณะ คุณภาพ หรือแหล่งที่มาของอาหาร กล่าวอ้างว่าอาหารอื่นไม่ปลอดภัย หรือมีสารต้องห้าม กล่าวอ้างคุณสมบัติทางการแพทย์ เช่น การรักษา ป้องกัน หรือบรรเทาโรค ทั้งนี้ ห้ามใช้ข้อความกล่าวอ้างด้านสุขภาพกับผลิตภัณฑ์อาหารทารก (Infant Formula) ทุกประเภท
  2. การกล่าวอ้างทางโภชนาการ (Nutrition Claims) หมายถึงข้อความที่บ่งบอกว่าอาหารมีคุณสมบัติทางโภชนาการบางอย่าง เช่น ให้พลังงานต่ำ (Low in calories) ปราศจากน้ำตาล (Sugar Free) ลดโซเดียม (Reduced Sodium) และต้องเป็นไปตามเกณฑ์ของ Food Regulations และแนวทางใน A Handbook on Nutrition Labelling ของ HPB
  3. การกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claims) หมายถึงข้อความที่สื่อถึงความสัมพันธ์ระหว่างอาหารกับสุขภาพ เช่น การกล่าวอ้างบทบาทของสารอาหารต่อการทำงานของร่างกาย การลดความเสี่ยงของโรค
    *การกล่าวอ้างทุกประเภทอยู่ภายใต้การกำกับของ HPB
  4. การกล่าวอ้างอื่น ๆ (Other Claims) เช่น ออร์แกนิก (Organic) ปราศจากกลูเตน (Gluten-Free) เลี้ยงโดยไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ (Raised without antibiotics) ต้องมีหลักฐานรับรอง ไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และปฏิบัติตามข้อกำหนดการติดฉลากเฉพาะของแต่ละหมวดหมู่อาหาร

8. การใช้สัญลักษณ์และเครื่องหมาย (Use of Signs and Symbols)

สัญลักษณ์ หมายถึง ตัวอักษร รูปภาพ ตัวเลข สี เครื่องหมายการค้า หรือการผสมผสานขององค์ประกอบเหล่านี้ ซึ่งใช้เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคเข้าใจข้อมูลสินค้าได้รวดเร็ว อย่างไรก็ตาม สัญลักษณ์หรือโลโก้ต้องไม่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด เช่น การใช้เครื่องหมายที่สื่อว่าผลิตภัณฑ์ได้รับการรับรองจากหน่วยงานรัฐโดยไม่ได้รับอนุญาต

ตารางสรุปข้อกำหนดฉลากอาหารและการโฆษณาในสิงคโปร์

ข้อกำหนดรายละเอียดหลักหน่วยงาน
ฉลากทั่วไป (General Labelling)ต้องมีชื่ออาหาร รายการส่วนประกอบ ปริมาณสุทธิ ชื่อ-ที่อยู่ผู้รับผิดชอบในสิงคโปร์ ประเทศต้นกำเนิด หมายเลขชุดผลิต (Lot ID) และคำแนะนำในการใช้SFA
ฉลากโภชนาการ (Nutrition Labelling)ใช้เมื่อมีการกล่าวอ้างโภชนาการ หรือเป็นอาหารเฉพาะทาง ต้องมีตาราง Nutrition Information Panel
ส่วนการติดสัญลักษณ์ Nutri-Grade และสัญลักษณ์ Healthier Choice Symbol ขึ้นกับเกณฑ์ที่กำหนด
HPB
ข้อความกล่าวอ้าง (Claims)ต้องเป็นจริง มีหลักฐาน และไม่ทำให้เข้าใจผิด ห้ามอ้างสรรพคุณรักษาโรค บรรเทา หรือป้องกันโรคHPB / SFA
ภาษาและรูปแบบฉลากต้องเป็นภาษาอังกฤษ หรือมีภาษาอังกฤษกำกับ ชัดเจน อ่านง่าย คงทน และไม่ถูกบดบังSFA
ผลิตภัณฑ์เฉพาะ (Specific Foods)เช่น นม กาแฟ น้ำแร่ธรรมชาติ น้ำผลไม้ ผลิตภัณฑ์เบเกอรี อาหารธัญพืช อาหารทารก อาหารฉายรังสี ต้องมีฉลากตามข้อกำหนดเฉพาะของแต่ละหมวดSFA
คำเตือน (Advisory Statements)ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่มีความเสี่ยง เช่น สารให้ความหวาน หรือ
สารก่อภูมิแพ้ ต้องแสดงคำเตือนชัดเจน
SFA
ฉลากเสริมหากฉลากจากผู้ผลิตต่างประเทศไม่ครบตามเกณฑ์ ผู้นำเข้าต้องติดฉลากสติกเกอร์เสริมก่อนวางจำหน่ายผู้นำเข้า / SFA
โทษกรณีฝ่าฝืนSFA มีอำนาจสั่งปรับหรือเรียกคืนสินค้าที่ติดฉลากไม่ถูกต้องจากตลาดSFA

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทความชุด “สินค้าเกษตรเพื่อการบริโภคของไทยในสิงคโปร์:ศักยภาพตลาด การเข้าถึง และความสามารถในการแข่งขัน” มีเนื้อหาทั้งหมด 6 ตอน ได้แก่

ตอนที่ 1 ภาพรวม สถิติและส่วนแบ่งทางการตลาด และแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคในสิงคโปร์
ตอนที่ 2 สถานการณ์สินค้าเกษตรเพื่อการบริโภคในสิงคโปร์และการส่งออกของไทย
ตอนที่ 3 ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จ โอกาสและความท้าทายของสินค้าเกษตรเพื่อการบริโภคของไทยในสิงคโปร
ตอนที่ 4 กรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ตอนพิเศษ บทที่ 4: ข้อกำหนดด้านฉลากอาหารและการโฆษณา (Food Labelling and Advertisement Requirements)
ตอนที่ 5 ขั้นตอนการนำเข้าสินค้าเกษตรเพื่อการบริโภคมายังสิงคโปร์
ตอนพิเศษ บทที่ 5: Checklist ขั้นตอนการนำเข้าสินค้าเกษตรและอาหารในสิงคโปร์
ตอนที่ 6 ข้อแนะนำสำหรับผู้ประกอบการไทย ข้อสรุปและข้อมูลเพิ่มเติม
ตอนพิเศษ บทที่ 6 Checklist เอกสารที่จำเป็นสำหรับการนำเข้าสินค้าเกษตรเพื่อการบริโภคของไทยมายังสิงคโปร์


ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์


แหล่งข้อมูล:

แหล่งอ้างอิง (Appendix):

  1. Codex Alimentarius Commission (CAC) เป็นองค์กรกำหนดมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ จัดตั้งโดยองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organisation – FAO) และองค์การอนามัยโลก (World Health Organization – WHO) ↩︎
  2. ผลิตภัณฑ์อาหารบรรจุสำเร็จ หมายถึง ผลิตภัณฑ์อาหารที่บรรจุในห่อหรือภาชนะบรรจุล่วงหน้าก่อนนำออกจำหน่าย เช่น อาหารกระป๋อง เครื่องดื่มบรรจุกล่อง ขนมขบเคี้ยว แป้ง น้ำมันสำหรับประกอบอาหาร เป็นต้น ↩︎