งบประมาณสิงคโปร์ปี 2569 (4/5) ลดภาระค่าครองชีพและเสริมความมั่นคงให้สถาบันครอบครัว

ในการแถลงนโยบายด้านงบประมาณปี 2569 ของสิงคโปร์ รัฐบาลได้กำหนดวาระเร่งด่วนด้านการสนับสนุนสถาบันครอบครัว (Give families more support and greater assurance) โดยมุ่งบรรเทาภาระค่าครองชีพผ่านการให้เงินช่วยเหลือและบัตรกำนัล สนับสนุนการเลี้ยงดูบุตร ช่วยเหลือครอบครัวกลุ่มเปราะบาง รวมถึงดูแลผู้สูงอายุให้สามารถเกษียณได้อย่างมั่นคงผ่านระบบ CPF ดังนี้

1 ลดภาระค่าครองชีพให้ชาวสิงคโปร์ ช่วยลดแรงกดดันและความกังวลด้านค่าครองชีพของประชาชนด้วยมาตรการต่าง ๆ อาทิ

  • เงินช่วยเหลือค่าครองชีพพิเศษ (Cost-of-Living Special Payment) 200-400 ดอลลาร์สิงคโปร์ สำหรับผู้ใหญ่ชาวสิงคโปร์ที่เข้าเกณฑ์
  • บัตรกำนัล CDC1 500 ดอลลาร์สิงคโปร์ ให้ชาวสิงคโปร์ทุกครัวเรือน
  • เงินช่วยเหลือค่าสาธารณูปโภค (U-Save) สูงสุด 570 ดอลลาร์สิงคโปร์ สำหรับครัวเรือนใน HDB2 ที่เข้าเกณฑ์

2 ดูแลบุตรหลาน ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูเด็ก เพื่อสนับสนุนช่วงปีแรก ๆ ที่สำคัญต่อพัฒนาการของเด็ก ได้แก่ 

  • มอบเงินขวัญถุง Child LifeSG Credits 500 ดอลลาร์สิงคโปร์ สำหรับเด็กสิงคโปร์อายุไม่เกิน 12 ปี
  • ขยายเกณฑ์เพดานรายได้ครอบครัวเพื่อรับเงินอุดหนุนค่าโรงเรียนอนุบาลเป็น 15,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ และค่าศูนย์ดูแลเด็กหลังเลิกเรียน (Student Care) เป็น 6,500 ดอลลาร์สิงคโปร์

3 ช่วยเหลือครอบครัวกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะครอบครัวที่มีรายได้น้อยและมีเด็กเล็ก ให้ก้าวไปสู่ความมั่นคง การพึ่งพาตนเอง และยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น โดยเพิ่มสิทธิประโยชน์ในโครงการ ComLink+3 และสนับสนุนในรูปแบบเงินสดมากขึ้น อาทิ

  • มอบเงิน 500 ดอลลาร์สิงคโปร์ ทุกไตรมาส สำหรับครอบครัวในโครงการที่พัฒนาร่วมกับเจ้าหน้าที่ครอบครัวและมีความก้าวหน้าดี
  • เพิ่มเงินช่วยเหลือพิเศษให้ครอบครัวในโครงการที่ส่งบุตรหลานเข้าเรียนอนุบาลสม่ำเสมอและมีงานทำที่มั่นคง

4 ดูแลผู้สูงอายุ สนับสนุนผู้สูงอายุชาวสิงคโปร์ให้สามารถใช้ชีวิตในวัยชราได้อย่างมีศักดิ์ศรี ปลอดภัย และสบายใจ ตลอดจนช่วยให้คนวัยทำงานที่ส่งเงินสมทบ CPF สม่ำเสมอสามารถเกษียณได้อย่างมั่นใจ โดยมีมาตรการต่าง ๆ ได้แก่

  • เติมเงินเข้ากองทุน CPF สำหรับผู้สูงอายุชาวสิงคโปร์ที่เข้าเกณฑ์4สูงสุด 1,500 ดอลลาร์สิงคโปร์
  • เพิ่มอัตราเงินสมทบ CPF สำหรับแรงงานอายุ 55-65 ปี ตั้งแต่เดือนมกราคม 2570 โดยรัฐบาลช่วยอุดหนุน CPF Transition Offset ฝั่งนายจ้างร้อยละ 50 ของเงินสมทบที่เพิ่มขึ้นจากฝั่งนายจ้างในปี 2570
  • เสนอทางเลือกการลงทุนค่าธรรมเนียมต่ำที่เหมาะสมตามช่วงวัย ภายใต้แผนการลงทุนใหม่สำหรับสมาชิก CPF ในปี 2571
  • เพิ่มเงิน 400 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เข้ากองทุน Long-Term Care Support Fund5 เพื่อลดผลกระทบจากเบี้ยประกันที่เพิ่มขึ้นของโครงการ CareShield Life6 หลังปรับปรุงโครงการ

แนวทางเหล่านี้ มีทั้งการสนับสนุนระยะสั้นเพื่อรับมือด้านค่าครองชีพของประชาชนเฉพาะหน้า และมาตรการสนับสนุนระยะยาวเชิงบวกที่รวมถึงการสนับสนุนในรูปแบบเงินรางวัลเพื่อสร้างแรงจูงใจในการพัฒนาตนเองและครอบครัว

หากต้องการข้อมูลด้านอื่น ๆ ของงบประมาณสิงคโปร์ปี 2569 สามารถอ่านบทความในชุดเดียวกันได้ที่


ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์


แหล่งข้อมูล:

ภาคผนวก (Appendix):

  1. Community Development Council (สภาพัฒนาชุมชน) ↩︎
  2. Housing & Development Board (องค์กรการเคหะแห่งชาติของ สป.) ↩︎
  3. ComLink+ เป็นโครงการของรัฐบาลสิงคโปร์เพื่อยกระดับครอบครัวรายได้น้อยที่มีบุตรให้มีเสถียรภาพ (stability) พึ่งพาตนเองได้ (self-reliance) และมีความก้าวหน้าทางระดับสังคม (social mobility) (3S) ↩︎
  4. (1) มีอายุ 50 ปี ขึ้นไป (2) มีเงินออมเพื่อการเกษียณของ CPF ต่ำกว่าเกณฑ์พื้นฐาน (Basic Retirement Sum – BRS) ที่ 110,200 ดอลลาร์สิงคโปร์ (3) ไม่เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์มากกว่า 1 แห่ง (4) อาศัยอยู่ในที่พักอาศัยที่มีมูลค่าประจำปี (annual value – AV) ไม่เกิน 31,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ ↩︎
  5. กองทุน Long-Term Care Support Fund เป็นกองทุนช่วยสนับสนุนเบี้ยประกันของโครงการ CareShield Life และช่วยเหลือด้านการเงินให้กับผู้ที่อาจเกิดภาวะทุพพลภาพรุนแรง ↩︎
  6. CareShield Life เป็นโครงการประกันการดูแลระยะยาว ให้ความช่วยเหลือทางการเงินและเงินชดเชยรายเดือนในรูปแบบเงินสดหากเกิดสภาวะทุพพลภาพรุนแรง ↩︎